Profiel van sasithornhttp://NakhonSriThammara...Foto'sWeblogLijstenMeer ![]() | Help |
|
26 juli ปิดตำนาน โดเรมอน" ฉากสุดท้าย..ของโดเรมอน "
... บ่ายวันหนึ่ง ซึ่งก็เป็นวันธรรมดาเหมือนวันอื่นๆ ทั่วๆไป โนบิตะกลับมาจากโรงเรียน และวิ่งขึ้นไปชั้น 2ไปที่ห้องของเขา โดเรมอนอยู่ในห้องนั้น และกำลังนอนอยู่ซึ่งก็เป็นเหมือนปกติทุกๆ วัน "เฮ้ !! โดเรมอนตื่นเถอะแล้วไปเล่นด้วยกัน "โนบิตะชวน แต่โดเรมอนก็ยังไม่ตื่น โนบิตะคิดว่า โดเรมอนคงจะเหนื่อย ปล่อยให้นอนต่อไปดีกว่า
ดังนั้นเขาจึงวิ่งออกไปเล่นข้างนอกกับชิซูกะและเพื่อนคนอื่นๆ ... 2-3 ชั่วโมงต่อมา โนบิตะก็กลับมาที่บ้านของเขาและโดเรมอนก็ยังคงนอนอยู่ โนบิตะเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป "ปกติโดเรมอนไม่นอนนานอย่างนี้นี่นา " เขาพยายามจะปลุกโดเรมอน
แต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากโดเรมอน โนบิตะเริ่มรู้สึกกลัวและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปลุกโดเรมอน แต่ไม่ว่าโนบิตะจะพยายามทำอย่างไรก็ตาม โดเรมอนก็ไม่ตื่น
ถึงตอนนี้โนบิตะรู้ชัดเจนแล้วว่ามีบางอย่างแปลกไป
ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โนบิตะเริ่มร้องไห้ แม้ว่าจะร้องไห้หรือตะโกนร้องอย่างไร เจ้าหุ่นยนต์รูปแมวตัวอ้วนก็ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างไร แล้วโนบิตะก็เกิดความคิดขึ้นมา!! เขากระโดดลงไปในลิ้นชักโต๊ะของเขา, ใช่แล้ว ไทม์แมชชีนนั่นเอง
โนบิตะใช้ ไทม์แมชชีน ไปในอนาคตไปหา โดเรมีน้องสาวของโดเรมอน โนบิตะไปขอความช่วยเหลือจากโดเรมี และพาเธอกลับมากับเขา
...กลับมาในปี 1998 หลังจากนั่ง ไทม์แมชชีน กลับมายัง ปี 1998 โดเรมีก็ไปตรวจ ระบบต่างๆ ในตัวของโดเรมอน เพื่อตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับโดเรมอน-พี่ชายของเธอ หลังจากนั้นไม่นาน โดเรมีก็บอกว่า "แบตเตอรี่ของโดเรมอนหมด"
โนบิตะได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ และบอกกับโดเรมีว่า
"แบตเตอรี่หรือ? โดเรมอนไม่ได้เสียหายอย่างอื่นใช่ไหม งั้นจะรีรออะไรอยู่ล่ะ
ก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้เขา และทำให้โดเรมอนตื่นกลับมาเหมือนเดิมสิ" แต่ .. โดเรมี ส่ายหัวและพูดขึ้นว่า " โนบิตะซัง ฉันควรทำอย่างนั้นเหรอ?"
" อะ . . .อะไรนะ โดเรมี เธอหมายความว่ายังไง??" โดเรมีตอบว่า
"ก็ แบตเตอรี่หลักของโดเรมอนอยู่ตรงนี้
ใกล้กับกระเป๋าหน้าของเขา และไฟมันหมดแล้ว ซึ่งแต่เดิมแล้วโดเรมอนจะมีแบตเตอรี่สำรองอยู่ที่หู แต่ว่าโนบิตะ ก็อย่างที่รู้ๆกันแหล่ะว่า
หูของโดเรมอนถูกหนูแทะกินไป เมื่อหลายปีมาแล้ว ดังนั้นตอนนี้โดเรมอนก็เลยไม่มีแบตเตอรี่สำรอง" "แล้วมันหมายความว่าอย่างไรละ" โนบิตะสงสัย
"ก็หมายความว่า ถ้าฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้โดเรมอน ความทรงจำทุกอย่างของโดเรมอนก็จะหายไปจากส่วนของหน่วยความจำนะสิ"
"อะไรนะ?"
"แล้วเธอยังจะให้ฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้อย่างนั้นหรือ"
โนบิตะหลับตาแล้วร้องไห้ . . . แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หยุดร้องและบอกโดเรมีจังว่า "โดเรมี,ขอบคุณนะที่อุตส่าห์มา ฉันจะดูแลโดเรมอนเอง เธอกลับไปอนาคตเถอะ" โดเรมีจังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อช่วยโนบิตะดี,
เธอเข้าไปกอดโนบิตะเพื่อปลอบใจ และก็กลับไปอนาคต
หลังจากโดเรมีกลับไป โนบิตะอุ้มโดเรมอนขึ้น
ยกโดเรมอนวางไว้ในตู้ที่นอนของโดเรมอนตามเดิม
. . .วัน- เวลาผ่านไป . . . ปี ค.ศ.2010 . . . โนบิตะโตขึ้น ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาเปลี่ยนไป เขาทุ่มเทเรียนอย่างหนัก
ไม่มีการร้องไห้อีกต่อไป และเขาก็มีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีโดเรมอน เขาได้บอกชิซูกะและทุกๆคนว่า
โดเรมอนได้กลับไปสู่อนาคตของเขาแล้ว
และจะไม่สามารถได้พบกับโดเรมอนได้อีกต่อไป ชิซูกะรู้สึกประทับใจในท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างเหลือเชื่อของโนบิตะซึ่งแตก ต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตกหลุมรักซึ่งกันและกันและในที่สุดก็ได้แต่งงานกัน . . .
โนบิตะเติบโตเป็นนักวิทยาศาสตร์
เขาได้สร้างห้องของเขาให้กลายเป็นห้องทดลอง และทุ่มเทศึกษาอย่างหนักในงานของเขาตลอดทั้งวัน
เขาได้บอกชิซูกะว่าไม่ให้เข้ามาในห้องทดลองของเขา เพราะมีสิ่งที่เป็นอันตรายอยู่มากมาย
แต่แล้ววันหนึ่ง เขากลับเรียกชิซูกะให้เข้าไปในห้องของเขา ห้องทดลองซึ่งเขาเคยบอกว่าเต็มไปด้วยอันตราย
มันเป็นครั้งแรกที่ชิซูกะได้เข้าไปในห้องทดลองของสามีของเธอ และเมื่อเธอเข้าไป . . เธอถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก ! เพราะสิ่งที่เธอเห็น .... เพื่อนเก่าของเธอ ผู้ที่เธอเคยเล่นด้วยในวันเด็ก
"โดเรมอน"
โดเรมอนไม่ได้เคลื่อนไหว มันดูเหมือนว่าเขากำลังหลับ
"ดูนะชิซูกะ ฉันจะเสียบปลั๊กเดี๋ยวนี้แหละ . . " โนบิตะเปิดสวิชส์หลักของโดเรมอน โดเรมอน ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว . ... . . . มันเป็นช่วงเวลาสำหรับคำถามที่ทุกคนอยากรู้ว่า "ผู้ประดิษฐ์โดเรมอน . . . เป็นใคร" มีคำตอบที่ชัดเจน คนนั้นคือ โนบิตะ นั่นเอง . . .
โนบิตะเรียนอย่างหนัก และทุ่มเท เพื่อที่จะได้พบได้คุยกับเพื่อนเก่าของเขา "โดเรมอน" อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้นั้น
โนบิตะเป็นผู้ที่สร้างโดเรมอนขึ้นมา เขาได้ค้นพบโครงสร้าง สถาปัตยกรรม
และโปรแกรมทั้งหมด
ของหุ่นยนต์ที่เป็นแบบฉบับของโดเรมอน
โนบิตะและชิซูกะ ร้องไห้เบาๆ ด้วยความยินดี . . . .
โดเรมอนลืมตาขึ้นมา . ... มองไปรอบๆ และในที่สุดก็พูดขึ้นว่า
"โนบิตะ นายทำการบ้านเสร็จรึยัง?" เมฆสีขาวก็ยังลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า เหมือนดังวันก่อน
วัน-เวลาที่พวกเขาได้ร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน . . . ... ลาก่อนโดเรมอน เรื่องราวการ์ตูนของหุ่นยนต์แมวอ้วนสีน้ำเงินนี้มีมานานกว่าสิบสิบปีแล้ว เขียนกันจนกระทั่งผู้เขียนได้เสียชีวิตจากไป กระนั้นเรื่องราวก็ยังไม่จบแบบสมบูรณ์ แต่ทว่าที่ญี่ปุ่น
ได้เผยถึงตอนจบที่ผู้เขียนได้เขียนเอาไว้ก่อนที่จะเสียชีวิตไว้คร่าว ๆ
ว่าโนบิตะเป็นเด็กที่อ่อนแอที่เป็นโรคร้ายรักษาไม่หาย
และกลายเป็นเจ้าชายนิทรามาเป็นแรมปีแล้ว ในขณะที่พ่อแม่พี่น้องทุกคนกำลังถอดใจ
ก็ตัดสินใจที่จะทำให้เขาตื่นขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย ในวันที่เขาตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล
เขาเห็นคนรู้จักของเขาเกือบทุกคน ทั้งพ่อ แม่ เพื่อน ๆ
ต่างมายืนล้อมรอบเตียงของเขา แต่เขามองไม่เห็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขานั่น
คือ โดเรมอน . . เขาจึงถามหา .. แต่คำตอบที่ได้ก็คือ
โดเรมอนนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องราวในความฝันของเขา ขณะที่เขาหลับเป็นเจ้าชายนิทราเท่านั้น ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง เขารู้สึกเสียใจมาก . . . วันรุ่งขึ้นขณะที่โนบิตะนั่งมองออกไปที่นอกหน้าต่าง
เขาก็ได้เห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ผลัดใบร่วงไปเกือบจะหมดต้นแล้ว อากาศในตอนนั้นหนาวเย็น โนบิตะนั่งถอนใจนึกถึงเรื่องราวของโดเรมอน . . . ทันทีที่ใบไม้ใบสุดท้ายหลุดร่วงลงจากต้น
โนบิตะก็หมดลมหายใจจากไป . . . . ผู้เขียนได้เขียนตอนจบนี้ขณะที่เขาป่วย ก่อนที่จะเสียชีวิตในโรงพยาบาล
แต่ก็ไม่ได้ลงตีพิมพ์
เพราะสมาพันธ์การ์ตูนแห่งประเทศญี่ปุ่นให้เหตุผลว่า ... มันเศร้าเกินไป...
เด็กๆมีความผูกพันกับโดเรมอนมากทางด้านจิตใจ
หากผลสรุปว่า โดเรมอนเป็นเพียงความฝันของเด็กไม่สบายคนหนึ่งเท่านั้น และสุดท้ายก็เสียชีวิต จะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็ก ๆ มากเกินไป . . ... ReactiesMeld je aan bij Windows Live ID om een reactie toe te voegen (als je Hotmail, Messenger of Xbox LIVE gebruikt, heb je al een Windows Live ID). Aanmelden Heb je geen Windows Live ID? Maak er nu een aan Links naar je weblogDe URL voor de link naar dit weblogitem is: http://sasithorn2522.spaces.live.com/blog/cns!6620BD1EE88A2917!767.trak Weblogs die naar dit item verwijzen
|
|
|